สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 และ ธันวาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนพลเรือนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิต ทั้งด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ สุขภาพอนามัย และที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากอาวุธที่ยิงมาจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งข้อมูลทางราชการรายงานว่าในช่วงการปะทะ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย บาดเจ็บ 38 ราย โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 195 แห่ง โดยมี 1 แห่งเสียหายอย่างหนัก ประชาชนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนดังกล่าว จำนวนประมาณ 140,000 คน ทำให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวตามจังหวัดต่าง ๆ และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ราย บาดเจ็บหลายสิบราย โรงพยาบาล 199 แห่ง และโรงเรียน 892 แห่ง ได้รับผลกระทบ มีจำนวนผู้หนีภัยการสู้รบเพิ่มมากขึ้น เป็นจำนวนกว่า 400,000 คน ที่ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงกว่า 1,000 แห่งที่จัดตั้ง โดยหน่วยงานราชการของจังหวัดต่างๆ
สภากาชาดไทยในฐานะองค์กรด้านมนุษยธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ จึงได้ระดมการเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนพลเรือนผู้ประสบความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดสภากาชาดไทย ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครสภากาชาดไทย สำนักงานจัดหารายได้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด และสถานีกาชาด 3 แห่ง รวมทั้งภาคีเครือข่าย ภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครภาคประชาชนไปบูรณาการทำงานเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนพลเรือนในพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
ตัวอย่าง:




